ออกแบบ Hotspot หอพัก คอนโดง่ายๆ

ออกแบบ Hotspot หอพัก คอนโดง่ายๆ

อินเทอร์เน็ตเป็นอีกปัจจัยที่คนยุคนี้ขาดไม่ได้ ด้วยการเชื่อมต่อที่ช่วยย่อโลกให้แคบลงทำให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ตลอดเวลา โดยผ่านเครื่องมือสื่อสารที่พกพาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ จนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จำเป็นของคนเราไปโดยไม่รู้ตัว

 

ดัง นั้น การออกแบบติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานได้ทุกพื้นที่ที่ต้องการจึงมีความ สำคัญมาก แล้วจะออกแบบอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ขอยกตัวอย่างการติดตั้งอินเทอร์เน็ตในหอพัก หรือคอนโด ซึ่งก่อนการติดตั้งต้องวิเคราะห์ปัญหาการใช้งานที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง

  • ปัญหาเรื่องสัญญาณไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่
  • ปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนที่เกิดจากการติดตั้งที่ไม่เหมาะสมและจากอุปกรณ์ที่นำมาใช้งาน
  • ปัญหาเรื่องความเร็วและการกระตุกของสัญญาณ
  • ปัญหาการเชื่อมต่อสัญญาณของลูกค้าไม่มีความต่อเนื่องหรือสัญญาณไม่เสถียรนั้นเอง

 

เมื่อวิเคราะห์ปัญหาการใช้งานต่างๆ ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การออกแบบซึ่งมีหลักการคือ Survey/ Design/Product โดยทำได้ดังนี้คือ

  1. สำรวจพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน เช่น พื้นที่ทางเดิน ในห้องพัก หรือห้องรับรอง

เพื่อ ดูการครอบคลุมของสัญญาณว่าต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ เพราะส่วนมากแม้พื้นที่ไม่กว้างมากแต่ต้องใช้อุปกรณ์ Access point ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่ต้องการ หรือเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งจะมีความเสถียรในการใช้งานที่ดี

 

  1. สำรวจ สัญญาณรบกวนในพื้นที่ที่ลูกค้าต้องการใช้งานว่ามีสัญญาณรบกวนมากน้อยเพียงใด เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์หลีกเลี่ยงการใช้ช่องสัญญาณที่มีการใช้งานเยอะ เช่น อุปกรณ์บริเวณนั้นใช้ช่องสัญญาณ channel 6 เราต้องตั้งค่าอุปกรณ์ที่ เป็น Channel 11 หรือหาอุปกรณ์ที่รองรับช่องสัญญาณมากกว่า เช่นอุปกรณ์ที่เป็น 802.11n ทั้งนี้จะทำให้เกิดความเสถียรในการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ในท้องตลาดบางตัวอาจจะมีคุณสมบัติต่างๆ ที่จัดการกับสัญญาณรบกวนได้ซึ่งนั้นก็เป็นอีกตัวลือกที่ช่วยให้ระบบดีขึ้น

 

3.สำรวจ ความต้องการของลูกค้าว่าความเร็วที่ต้องการใช้งานอยู่ที่เท่าไหร่ จำนวนห้องที่ใช้มีกี่ห้อง อุปกรณ์ที่มาจับสัญญาณมีอุปกรณ์แบบไหนบ้าง เช่น Labtop, PC, Tablet, Smartphone ฯลฯ เพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ Access Point ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 

4.จำนวนผู้ใช้งานถ้ามีผู้ใช้งาน เยอะมาก ต้องเลือกอุปกรณ์ที่รองรับจำนวนได้มากหรืออุปกรณ์ที่เป็นระดับ Enterprise Grade นั้นเองคือรองรับได้ถึง 200 คนโดยใช้งานในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อจะช่วยลดความไม่เสถียรของระบบ คุณภาพและความเร็วของสัญญาณ

 

5.เมื่อ สัญญาณที่ได้ทำ Site Survey แล้วพบว่าพื้นที่ที่ติดตั้งมีปัญหาในการเดินสาย ต้องเลือกอุปกรณ์ที่ทำ Mesh ได้เท่านั้น เพราะเนื่องจากสามารถติดตั้งและกระจายอินเทอร์เน็ตจาก Uplink ได้เลยโดยไม่ต้องวางสาย LAN ซึ่งการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทำ Mesh ได้ตั้งแต่ต้นจะช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาวได้ เช่น การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ การติดตั้งในบริเวณที่ติดตั้งไม่ได้ หรือความต้องการเพิ่มการใช้งานในจุดอื่นในภายหลัง

  1. ระบบ บริหารจัดการ ควรใช้งานง่ายและช่วยผู้ใช้งานให้สามารถดูแลจัดการระบบได้เองโดยที่ไม่ต้อง ใช้ผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง ซึ่งปัจจุบันการบริหารจัดการสามารถทำบนระบบ Cloud ได้จึงไม่ใช้เรื่องยากสำหรับผู้ใช้งานอีกต่อไป และลดปัญหาเรื่อง Hardware ที่ต้องเป็น Controller หรือ server เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นระบบจะล้มทันที และอาจเป็นเรื่องยากที่ผู้ใช้งานจะแก้ไขได้เอง ซึ่งต่างกับระบบ Cloud ที่ไม่ว่าผู้ใช้งานอยู่ที่ใดมุมใดของโลกก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้ทันที

 

จะ เห็นได้ว่าการติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ได้ผลตามที่ผู้ใช้ต้องการ การทำ Site Servey และการออกแบบถือว่ามีความสำคัญมาก หากออกแบบระบบหรือวิเคราะห์ปัญหาไม่ตรงจุดตั้งแต่ต้น อาจเกิดปัญหาที่กวนใจผู้ใช้งานในระยะยาว หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขระบบก็เป็นได้ ดังนั้น ควรศึกษาและเลือกใช้อุปกรณ์ Access point ที่มีคุณภาพ เลือกทีมงานติดตั้งที่เชื่อถือได้ แม้ในบางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากก็ตาม

atcreative

You may also interested